กำไรขาดทุนทอง XAUUSD ขึ้นกับส่วนต่างราคา ทิศทางซื้อหรือขาย และจำนวนออนซ์ที่สถานะอ้างอิง การรู้เพียงจำนวนล็อตยังไม่พอ ต้องอ่าน contract size ของสัญญาที่ใช้งานก่อน สูตรในหน้านี้ใช้กับสัญญาที่เสนอราคาเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์และคิดผลต่างราคาแบบเส้นตรง ไม่ใช่สูตรที่ใช้แทนข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ทองทุกชนิด

หากเพิ่งเริ่มต้น อ่าน คู่มือเทรดทองสำหรับมือใหม่ เพื่อแยกประเภทผลิตภัณฑ์ หรืออ่าน XAUUSD คืออะไร เพื่อทำความเข้าใจหน่วยราคา ตัวอย่างทั้งหมดด้านล่างเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ราคาปัจจุบันหรือคำแนะนำให้เปิดสถานะ

เตรียมข้อมูลก่อนคำนวณ

  • ฝั่งคำสั่ง: Buy คือสถานะซื้อ ส่วน Sell คือสถานะขาย
  • ราคาเปิดและราคาปิด: ใช้ราคาที่คำสั่งได้รับจริง หากคำนวณล่วงหน้าให้ระบุว่าเป็นราคาคาดการณ์
  • จำนวนล็อตและ contract size: ตรวจว่าหนึ่งล็อตของบัญชีนี้อ้างอิงกี่ออนซ์
  • ค่าใช้จ่าย: commission ค่าใช้จ่ายถือข้ามคืน และค่าแปลงสกุลเงินถ้ามี

อย่าใช้จำนวนหลักทศนิยมบนหน้าจอเป็นตัวตัดสินมูลค่าของหนึ่งล็อต และอย่าใช้คำว่า “จุด” หรือ “pip” โดยไม่มีนิยามหน่วย เพราะแพลตฟอร์มอาจเรียกต่างกัน การเริ่มจากส่วนต่างราคาเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ช่วยให้ตรวจหน่วยได้ตรงกว่า

แปลงล็อตเป็นจำนวนออนซ์

จำนวนออนซ์ = จำนวนล็อต × contract size ที่เป็นออนซ์ต่อล็อต

สมมติสัญญาของตัวอย่างกำหนดหนึ่งล็อตเท่ากับ 100 ออนซ์:

  • 0.01 ล็อต × 100 = 1 ออนซ์
  • 0.05 ล็อต × 100 = 5 ออนซ์
  • 0.10 ล็อต × 100 = 10 ออนซ์

ตัวเลข 100 ออนซ์เป็นเงื่อนไขของตัวอย่างนี้ ต้องเปลี่ยนตามสัญญาจริง ดูตัวอย่างการระบุ contract size ใน เอกสารมาร์จิ้นของ OANDA EU การอ้างเอกสารผู้ให้บริการใช้เพื่ออธิบายวิธีอ่านข้อกำหนด ไม่ใช่การแนะนำผู้ให้บริการนั้น

สูตรกำไรขาดทุนฝั่ง Buy

ผลต่างราคาฝั่ง Buy = (ราคาปิดขาย − ราคาเปิดซื้อ) × จำนวนออนซ์

สมมติซื้อ 0.05 ล็อตตามสัญญา 100 ออนซ์ต่อล็อต จึงมีสถานะเทียบเท่า 5 ออนซ์ เปิดซื้อจริงที่ 3,000.50 และปิดขายจริงที่ 3,010.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์:

(3,010.50 − 3,000.50) × 5 = กำไรจากส่วนต่างราคา 50 ดอลลาร์

แต่หากปิดขายที่ 2,994.50 ผลจะเป็น (2,994.50 − 3,000.50) × 5 = ขาดทุน 30 ดอลลาร์ ทั้งสองกรณียังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่แยกเรียกเก็บ

สูตรกำไรขาดทุนฝั่ง Sell

ผลต่างราคาฝั่ง Sell = (ราคาเปิดขาย − ราคาปิดซื้อ) × จำนวนออนซ์

สมมติขายหนึ่งออนซ์ที่ 3,010 และซื้อคืนที่ 3,002 ผลต่างเป็น (3,010 − 3,002) × 1 = กำไร 8 ดอลลาร์ ถ้าราคาขึ้นและต้องซื้อคืนที่ 3,018 ผลจะเป็น ขาดทุน 8 ดอลลาร์ ก่อนค่าใช้จ่ายอื่น

หลักคิดคือการปิด Sell ต้องซื้อคืน จึงต้องสลับลำดับการลบจากฝั่ง Buy ดูตัวอย่างหลักการคำนวณสัญญา CFD เพิ่มเติมจาก OANDA: Calculating profit and loss

จากผลต่างราคาเป็นกำไรขาดทุนสุทธิ

ใช้ผลต่างราคาจากราคาเปิดปิดจริง แล้วหัก commission และค่าใช้จ่ายถือข้ามคืนที่ถูกเรียกเก็บ หรือบวกเครดิตถ้ามี จากนั้นคำนึงถึงการแปลงสกุลเงินตามรายงานบัญชี ระวังไม่หักค่าใช้จ่ายซ้ำถ้ายอดที่ดูเป็นยอดสุทธิอยู่แล้ว

เมื่อราคาเปิดปิดจริงใช้ฝั่ง Ask/Bid ถูกต้อง spread สะท้อนอยู่ในส่วนต่างราคาแล้ว ตัวอย่างกำไรจากส่วนต่าง 50 ดอลลาร์ มี commission รวม 1 ดอลลาร์และค่าใช้จ่ายถือข้ามคืน 2 ดอลลาร์ จะเหลือ 47 ดอลลาร์ หากไม่มีรายการอื่น ไม่ควรหัก spread ซ้ำอีกครั้ง อ่านรายละเอียดใน ต้นทุนเทรดทอง: spread, commission และ swap

ตัวอย่างประเมินขนาดล็อตจากระยะขาดทุน

สำหรับการประมาณก่อนส่งคำสั่ง อาจเริ่มจากความสัมพันธ์ จำนวนล็อต = เงินขาดทุนที่ใช้วางแผน ÷ (ระยะราคาเข้าถึงจุดปิดขาดทุน × ออนซ์ต่อหนึ่งล็อต) สูตรนี้ยังไม่รวมต้นทุนและ slippage จึงไม่ใช่การรับประกันขาดทุนสูงสุด

สมมติใช้ตัวเลขสำหรับฝึกคำนวณดังนี้: เงินขาดทุนตามแผน 20 ดอลลาร์ ระยะราคา 8 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ contract size 100 ออนซ์ต่อล็อต จะได้ 20 ÷ (8 × 100) = 0.025 ล็อต

ถ้าบัญชีรับขนาดคำสั่งทีละ 0.01 ล็อต การปัดลงเป็น 0.02 ล็อตจะให้ผลขาดทุนจากส่วนต่างประมาณ 16 ดอลลาร์ก่อนค่าใช้จ่าย ส่วน 0.03 ล็อตจะเป็น 24 ดอลลาร์ ซึ่งเกินตัวเลขที่ตั้งไว้แล้ว หากขนาดขั้นต่ำของบัญชีสูงเกินแผน ไม่ควรปัดขึ้นโดยคิดว่าไม่มีผล

ตัวเลข 20 ดอลลาร์ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงที่แนะนำสำหรับผู้อ่านทุกคน และ Stop Loss แบบทั่วไปอาจถูกจับคู่ต่างจากราคาที่ตั้งเมื่อเกิดช่องว่างราคา ดู คำอธิบายประเภทคำสั่งและ slippage ก่อนใช้ผลคำนวณตัดสินใจ

มาร์จิ้นไม่ใช่ผลกำไรหรือขาดทุน

มาร์จิ้นคือหลักประกันที่ต้องใช้เปิดหรือรักษาสถานะ ส่วนกำไรขาดทุนมาจากราคาและขนาดสถานะ สำหรับรูปแบบที่คิดมาร์จิ้นเป็นสัดส่วนของมูลค่าสถานะ จะประมาณได้จาก ราคา × ออนซ์ต่อล็อต × ล็อต × อัตรามาร์จิ้น แต่ผู้ให้บริการอาจมีอัตราหลายระดับหรือเงื่อนไขอื่น ดู ตัวอย่างข้อกำหนดมาร์จิ้น และข้อกำหนดบัญชีจริงประกอบ

การมีหลักประกันพอเปิดคำสั่งไม่ได้แปลว่ารับผลขาดทุนได้ และหลักประกันไม่ใช่เพดานขาดทุน สำหรับสถานะขนาดเท่าเดิม การเปลี่ยนเลเวอเรจไม่ได้ทำให้ส่วนต่างกำไรขาดทุนต่อหนึ่งดอลลาร์ราคาทองหายไป

ตรวจผลคำนวณกับรายงานบัญชี

  1. เทียบชนิดสัญญา contract size และปริมาณที่ปิดจริง หากปิดบางส่วนให้คำนวณเฉพาะส่วนนั้น
  2. ใช้ราคา fill จริงของแต่ละรายการ ไม่ใช่ราคาที่คลิกหรือราคากลางจากกราฟ
  3. แยกผลต่างราคา commission และค่าใช้จ่ายถือข้ามคืนก่อนรวมยอด
  4. ตรวจสกุลเงินและอัตราแปลงเงิน รวมถึงการปัดเศษของระบบ

หากผลยังไม่ตรง ให้เก็บหมายเลขคำสั่งและรายงานธุรกรรมเพื่อตรวจสอบกับผู้ให้บริการ อ่านภาพรวมการเตรียมตัวก่อนเริ่มได้ที่ เทรดทองสำหรับมือใหม่