XAUUSD คือสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงราคาทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดย XAU หมายถึงทองคำ และ USD หมายถึงดอลลาร์สหรัฐ ราคาทองสากลมักแสดงเป็นดอลลาร์ต่อหนึ่งทรอยออนซ์ แต่ชื่อสัญลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้บอกว่าบัญชีของคุณซื้อทองจริงหรือซื้อขายสัญญาประเภทใด ต้องอ่านรายละเอียดผลิตภัณฑ์ประกอบเสมอ
บทความนี้อธิบายวิธีอ่านตัวเลขบนหน้าจอ หน่วยทอง และขนาดสถานะ หากต้องการภาพรวมตั้งแต่เลือกผลิตภัณฑ์จนถึงขั้นตอนเริ่มต้น อ่าน คู่มือเทรดทองสำหรับมือใหม่ ประกอบได้ เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล
อ่านราคา XAUUSD อย่างไร?
สมมติหน้าจอแสดงราคา 3,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หมายความว่าทองคำหนึ่งทรอยออนซ์มีราคาอ้างอิง 3,000 ดอลลาร์ ไม่ได้หมายความว่าทุกคำสั่งต้องใช้เงินสด 3,000 ดอลลาร์ และไม่ได้หมายความว่าราคาขยับหนึ่งดอลลาร์แล้วทุกบัญชีจะได้หรือเสียหนึ่งดอลลาร์เท่ากัน
ตัวเลขที่ต้องแยกให้ออกมีสามอย่าง:
- ราคา: เงินดอลลาร์ต่อหน่วยทองที่ใช้เสนอราคา
- ขนาดสถานะ: ปริมาณทองที่สัญญาของคุณอ้างอิง คำนวณจากจำนวนล็อตและขนาดสัญญา
- หลักประกัน: เงินที่ระบบกันไว้เพื่อเปิดสถานะตามเงื่อนไขมาร์จิ้น ไม่ใช่มูลค่าสถานะทั้งหมดหรือวงเงินขาดทุนสูงสุด
ตัวเลข 3,000 ดอลลาร์ในบทความเป็นสมมติฐานสำหรับฝึกอ่านราคา ไม่ใช่ราคาทองปัจจุบัน สำหรับหลักการเสนอราคาต่อทรอยออนซ์ ดู คำอธิบายราคาตลาดทองจาก LBMA
ทรอยออนซ์คืออะไร และต่างจากบาททองคำอย่างไร?
ทรอยออนซ์เป็นหน่วยน้ำหนักที่ใช้กับโลหะมีค่า หนึ่งทรอยออนซ์เท่ากับ 31.1034768 กรัม ตามข้อมูล The Troy Ounce ของ LBMA จึงไม่ควรนำราคา XAUUSD ไปเทียบตัวเลขกับราคาทองในร้านทองไทยตรง ๆ
การเปรียบเทียบต้องใช้หน่วยน้ำหนัก ความบริสุทธิ์ และสกุลเงินเดียวกันก่อน อีกทั้งราคาซื้อกับราคาขายและค่าใช้จ่ายของแต่ละบริการอาจต่างกัน ในภาษาไทยคำว่า “บาท” ยังอาจหมายถึงสกุลเงินบาทหรือหน่วยน้ำหนักทอง จึงควรเขียนกำกับให้ชัดว่าตัวเลขนั้นเป็นบาทเงินหรือบาททองคำ
เปิด XAUUSD แล้วได้เป็นเจ้าของทองจริงหรือไม่?
ต้องดูสัญญาที่ใช้งาน ตัวอย่างเช่น หน้า XAU/USD ของ OANDA Singapore อธิบายผลิตภัณฑ์ของตนว่าเป็น CFD ที่มีทองคำเป็นสินทรัพย์อ้างอิง การเปิดสัญญาประเภทนี้จึงไม่เท่ากับซื้อทองแท่งไว้รับมอบ
ก่อนเปิดบัญชีหรือส่งคำสั่ง ให้ค้นหาคำว่า CFD, spot, futures หรือ physical ในเอกสารผลิตภัณฑ์ แล้วตรวจวิธีชำระราคา วันหมดอายุถ้ามี และสิทธิในการรับมอบทอง อย่าสรุปคุณสมบัติจากชื่อ XAUUSD หรือ GOLD เพียงอย่างเดียว การยกผู้ให้บริการเป็นตัวอย่างในบทความนี้ไม่ใช่การแนะนำให้เปิดบัญชี
Bid และ Ask ต่างกันอย่างไร?
หน้าจอซื้อขายมักมีสองราคา คือ Bid ซึ่งเป็นราคาฝั่งขาย และ Ask ซึ่งเป็นราคาฝั่งซื้อ ส่วนต่างระหว่างสองราคาคือ spread สำหรับคำสั่งตลาด การเปิดซื้อใช้ฝั่ง Ask และการปิดสถานะซื้อใช้ฝั่ง Bid ขณะที่สถานะขายใช้ทิศทางกลับกัน ราคาที่ได้รับจริงอาจต่างจากราคาบนหน้าจอเมื่อเกิด slippage
ตัวอย่างสมมติ: Bid อยู่ที่ 3,000.00 และ Ask อยู่ที่ 3,000.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากซื้อสถานะเทียบเท่าหนึ่งออนซ์ที่ Ask แล้วขายคืนทันทีที่ Bid โดยราคาไม่เปลี่ยน ผลต่างจะเป็นขาดทุน 0.50 ดอลลาร์ก่อนค่าธรรมเนียมอื่น ตัวอย่างนี้แสดงเหตุผลที่สถานะอาจเริ่มติดลบแม้กราฟดูแทบไม่เคลื่อนไหว
หนึ่งล็อต XAUUSD เท่ากับทองเท่าไร?
ต้องตรวจ contract size ของสัญลักษณ์ในบัญชีจริง ไม่ควรจำว่า “หนึ่งล็อตเท่ากับจำนวนออนซ์คงที่” แล้วใช้กับทุกแพลตฟอร์ม แม้เป็นผู้ให้บริการเดียวกันก็อาจมีวิธีระบุขนาดคำสั่งต่างกัน ตัวอย่าง เอกสารขนาดคำสั่งขั้นต่ำของ OANDA UK แยกข้อมูลตามแพลตฟอร์มและใช้ทั้งหน่วย units และ lots
สำหรับสัญญาที่ระบุขนาดเป็นออนซ์ต่อล็อต ใช้ความสัมพันธ์ดังนี้:
จำนวนออนซ์ที่สถานะอ้างอิง = จำนวนล็อต × จำนวนออนซ์ต่อหนึ่งล็อต
ถ้าสมมติสัญญาระบุหนึ่งล็อตเท่ากับ 100 ออนซ์ คำสั่ง 0.01 ล็อตจะเทียบเท่าหนึ่งออนซ์ แต่ถ้าขนาดสัญญาต่างออกไป ผลก็เปลี่ยนตาม ต้องตรวจทั้ง contract size, minimum volume และ volume step ก่อนคำนวณ
ตัวอย่างราคาขยับกับกำไรขาดทุน
สำหรับสัญญาที่คิดผลต่างเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ สถานะซื้อคำนวณผลก่อนต้นทุนได้จาก (ราคาปิดขาย − ราคาเปิดซื้อ) × จำนวนออนซ์ ส่วนสถานะขายใช้ (ราคาเปิดขาย − ราคาปิดซื้อ) × จำนวนออนซ์
- สมมติซื้อหนึ่งออนซ์ที่ราคาเข้าจริง 3,000 และปิดขายที่ 3,010 ผลต่างเป็นกำไร 10 ดอลลาร์
- ถ้าปิดขายที่ 2,990 แทน ผลต่างเป็นขาดทุน 10 ดอลลาร์
- ถ้าขนาดสถานะเป็นสองออนซ์ ผลต่างทั้งกำไรและขาดทุนจะเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อใช้ราคาเข้าออกเดียวกัน
เมื่อใช้ราคาเข้าออกจริงที่เป็น Ask/Bid ตามฝั่งคำสั่ง spread จะสะท้อนอยู่ในส่วนต่างแล้ว ไม่ควรหักซ้ำอีกครั้ง แต่ยังต้องรวม commission ค่าใช้จ่ายถือข้ามคืน และการแปลงสกุลเงินตามบัญชี ตัวอย่างนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายเหล่านั้นและไม่รับประกันราคาที่จะจับคู่ได้จริง
เลเวอเรจเปลี่ยนอะไร?
เลเวอเรจทำให้เปิดมูลค่าสถานะได้มากเมื่อเทียบกับหลักประกัน แต่สำหรับสถานะขนาดเท่ากันและราคาเข้าออกเท่ากัน ผลต่างราคาก่อนต้นทุนยังเท่าเดิม สิ่งที่ต้องระวังคือการเพิ่มขนาดสถานะจนการเคลื่อนไหวเล็กน้อยกระทบเงินทุนมาก
หลักประกันไม่ใช่เพดานขาดทุน และ Stop Loss แบบทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะปิดได้ตามราคาที่ระบุทุกสถานการณ์ ดูความต่างจากคำสั่งที่รับประกันราคาใน คำอธิบายประเภทคำสั่งของ OANDA การคุ้มครองยอดเงินติดลบและเงื่อนไขปิดสถานะขึ้นกับสัญญาและเขตการกำกับ ตัวอย่าง มาตรการ CFD ของ FCA มีข้อจำกัดเลเวอเรจและมาตรการคุ้มครองสำหรับลูกค้ารายย่อยในขอบเขตที่กำกับ จึงไม่ควรนำไปสรุปว่าทุกบัญชีทั่วโลกมีเงื่อนไขเดียวกัน
ตรวจห้าข้อนี้ก่อนส่งคำสั่ง
- ผลิตภัณฑ์เป็นสัญญาประเภทใด และบริษัทใดเป็นคู่สัญญา
- ราคาแสดงสกุลเงินอะไร ต่อหน่วยใด และ Bid/Ask ห่างกันเท่าไร
- หนึ่งล็อตอ้างอิงกี่ออนซ์ และขนาดคำสั่งขั้นต่ำเท่าไร
- มี commission ค่าใช้จ่ายถือข้ามคืน หรือค่าแปลงสกุลเงินอย่างไร
- มาร์จิ้น การปิดสถานะอัตโนมัติ และเวลาซื้อขายของบัญชีจริงกำหนดไว้อย่างไร
หากยังคำนวณไม่ได้ว่าราคาผิดทางจะกระทบสถานะเท่าไร ควรฝึกด้วยตัวเลขสมมติหรือระบบทดลองก่อน ขั้นตอนเลือกผลิตภัณฑ์และเตรียมตัวเริ่มต้นอยู่ใน บทความเทรดทองสำหรับมือใหม่
อ่านตัวอย่างเพิ่มเติมใน วิธีคำนวณกำไรขาดทุนทองและขนาดล็อต และตรวจรายการหักจากผลกำไรใน ต้นทุนเทรดทอง: spread, commission และ swap
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XAUUSD
XAUUSD กับ GOLD เหมือนกันไหม?
อาจเป็นชื่อที่แต่ละแพลตฟอร์มใช้เรียกผลิตภัณฑ์อ้างอิงทอง แต่ต้องเทียบ specification จริง ทั้งหน่วยราคา contract size ประเภทสัญญาและต้นทุน จึงจะรู้ว่าเทียบกันได้หรือไม่
ทองขึ้นหนึ่งดอลลาร์ เราได้กำไรหนึ่งดอลลาร์หรือไม่?
ขึ้นกับทิศทางและขนาดสถานะ หากถือซื้อเทียบเท่าหนึ่งออนซ์ และราคาเข้าออกจริงต่างกันหนึ่งดอลลาร์ ผลก่อนค่าใช้จ่ายอื่นจะเป็นหนึ่งดอลลาร์ แต่สถานะขนาดต่างกันหรือถือขายให้ผลต่างออกไป
ต้องมีบัญชีเป็นดอลลาร์เท่านั้นหรือไม่?
สกุลเงินที่ใช้เสนอราคาและสกุลเงินบัญชีเป็นคนละเรื่อง หากบัญชีใช้สกุลเงินอื่น ผู้ให้บริการอาจแปลงผลกำไรขาดทุนตามเงื่อนไขของตน จึงต้องตรวจอัตราและค่าแปลงเงินด้วย
อ่านคำจำกัดความเพิ่มเติม: Bid, Ask และ spread จาก OANDA ตัวอย่างคำนวณในหน้านี้เป็นตัวเลขสมมติสำหรับอธิบายหน่วยและทิศทางของผลต่างราคา